โครงการวิจัยแบบติดตามสังเกตการณ์ (Cohorts)

การให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสได้แสดงให้เห็นถึงผลที่ดีอย่างมากในการลดความเสี่ยงของการดำเนินโรคเข้าสู่ภาวะเอดส์และการเสียชีวิตในผู้ใหญ่และเด็กที่ติดเชื้อเอช ไอ วีในโครงการวิจัยทางคลินิกหลายโครงการ  จากการสังเกตการณ์ในประชากรกลุ่มใหญ่ของโครงการวิจัย cohorts ในยุโรปและประเทศสหรัฐอเมริกา ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสสามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอช ไอ วี ในสถานพยาบาลซึ่งให้การดูแลรักษาแก่ผู้ป่วยทั่วไปได้ถึงร้อยละ 70

โครงการวิจัย PHPT ได้ดำเนินการวิจัยในโรงพยาบาลต่างๆของรัฐซึ่งให้การรักษาแก่ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยและได้ดำเนินการวิจัยในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอช ไอ วี / เอดส์ทั่วประเทศไทยโดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุขของไทย องค์กร Oxfam ประเทศสหราชอาณาจักรและกองทุนโลก ผู้ป่วยทั้งหมดที่ได้รับการรักษาในโครงการวิจัยแบติดตามสังเกตการณ์ได้รับการตรวจติดตามเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการมีความปลอดภัยและเพื่อตรวจสอบประสิทธิผลและผลกระทบของการรักษาที่จัดให้ผู้ป่วย

ในปีพ.ศ. 2545 โครงการ PHPT ได้ยื่นเสนอโครงการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆต่อ กองทุนโลกในการต่อสู้โรคเอดส์ วัณโรคและมาลาเรีย (GFATM) ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการจัดการเพื่อให้การดูแลรักษาด้านเอช ไอ วีที่มีคุณภาพสูง รวมถึงการให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสในโครงการวิจัยของโครงการ PHPT – กองทุนโลก(GFATM) ซึ่งจะให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสและติดตามผู้ป่วยจำนวนมากกว่า 2,000 ราย ซึ่ง 1 ใน 3 เป็นผู้ป่วยเด็ก

เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการใช้ยาต้านไวรัสและระยะเวลาในการใช้สูตรยาต้านไวรัสนั้นเหมาะสมที่สุด โครงการวิจัยนี้จึงได้เน้นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการมีส่วนร่วมของผู้ที่ติดเชื้อเอช ไอ วี / เอดส์ความจำเป็นของการให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมด้านความเชี่ยวชาญทางทางการแพทย์และประโยชน์ของการจัดตั้งเครือข่ายอิสระของผู้เชี่ยวชาญด้านการให้การดูแลรักษา เอชไอ วีโดยเฉพาะ การพัฒนาขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนสำหรับการคัดกรองผู้ป่วย มีการประเมินผลทางคลินิกและทางชีววิทยาและการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นระบบ ทำให้ทางโครงการสามารถใช้เป็นหลักฐานความสำเร็จด้านไวรัสวิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยาที่สูงขึ้นและบรรลุผลสำเร็จจากอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำลง

โครงการวิจัยแบบติดตามสังเกตการณ์นี้ได้ติดตามดูแลผู้ที่เข้าร่วมโครงการอย่างใกล้ชิดควบคู่ไปกับการเก็บรวบรวมข้อมูลทางคลินิกและข้อมูลทางประชากรศาสตร์อย่างสม่ำเสมอ ทางโครงการได้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาในส่วนที่สำคัญในการวิจัยดังต่อไปนี้ ทั้งนี้เพื่อแจ้งให้ทราบถึงนโยบายและโครงการต่างๆสำหรับอนาคตเพื่อให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสเกิดประโยชน์ที่เหมาะสมที่สุด:

*
  • ประสิทธิผลในระยะยาวของการให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัส : การรอดชีพในระยะยาว ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการรอดชีพ การตอบสนองของเชื้อไวรัสและภูมิคุ้มกัน
  • *
  • ความปลอดภัยของการให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัส: อุบัติการณ์และปัจจัยเสี่ยงของความเป็นพิษ การเกิดอุบัติการณ์/เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรงการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล (ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเอช ไอ วี, ยาต้านไวรัสและอื่น ๆ)
  • *
  • การดื้อต่อยา : ระยะเวลาของการรับการรักษาด้วยสูตรยาแรกและรูปแบบของการดื้อยา การกลายพันธุ์ของการดื้อต่อยาก่อนการรักษา
  • การติดเชื้อร่วม : เชื้อเอชไอวีและเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เชื้อไวรัสตับอักเสบซีและวัณโรค
  • การให้ความร่วมมือต่อการรักษา
  • *
  • ต้นทุนประสิทธิผลของการให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัส : กลยุทธ์การวินิจฉัย (เด็ก) สูตรยา, กลยุทธ์การตรวจติดตาม

อย่างไรก็ตาม ทางโครงการยังคงดำเนินการให้การฝึกอบรมและพัฒนากระบวนการทางคลินิกเฉพาะด้านอย่างต่อเนื่อง สร้างความเข้มแข็งแก่คณะผู้ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อและกลุ่มผู้ติดเชื้อเอช ไอ วี/เอดส์




ฐานการวิจัย โครงการวิจัย พี เอช พี ที

การวิจัยทางคลินิก

พยาธิกำเนิด

การวิจัยด้านสังคมศาสตร์

คณะกรรมการที่ปรึกษาชุมชน

การฝึกอบรม