ความเป็นมา

ในประเทศแถบภูมิภาคเอเชียทั้งหมด ประเทศไทยเป็นประเทศแรกและเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุดจากเชื้อเอช ไอ วี -1 ในประเทศไทยระบบการเฝ้าระวังแห่งชาติเริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2532 เพื่อตรวจติดตามการแพร่กระจายของการระบาดที่ลุกลามอย่างรวดเร็วในประชากรทั่วไป: ในปี พ.ศ.2537 ความชุกของการติดเชื้อเอช ไอ วีในหญิงตั้งครรภ์ในคลินิคฝากครรภ์นั้นมีมากกว่าร้อยละ 10 ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเช่น จังหวัดพะเยาที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ด้วยโครงการรณรงค์ในด้านการป้องกันที่มีอยู่ทั่วประเทศทำให้อัตราความชุกของการติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์นั้นลดลงอย่างมาก ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 อัตราความชุกของการติดเชื้อเอช ไอ วี – 1 ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ทั่วประเทศลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 1 ในขณะที่อัตราการติดเชื้อสูงสุดยังคงพบในจังหวัดต่างๆทางภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศ แม้จะมีความก้าวหน้าในการป้องกันที่ดีเยี่ยมแต่ทารกหลายรายในประเทศไทยก็ยังคงติดเชื้อเอช ไอ วีจากมารดาและมีความเสี่ยงในการเกิดมีอาการของโรคติดเชื้อเอช ไอ วี / เอดส์ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอช ไอ วี จำนวนประมาณ 570, 000 ราย มีโครงการขยายการเข้าถึงการให้การรักษาผ่านโครงการแห่งชาติ (NAPHA) ในปี พ.ศ. 2552 มีผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส จำนวน มากกว่า 197,000 รายภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและมียังผู้ป่วยจำนวนประมาณ 50,000 รายได้รับการรักษาจากโครงการอื่นๆ

แม้ว่าการติดเชื้อเอช ไอ วีในเด็กได้ลดขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศไทยเนื่องจากการเริ่มให้มีโครงการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอช ไอ วีจากมารดาสู่ทารกแห่งชาติซึ่งเป็นผลมาจากการศึกษาวิจัยของโครงการวิจัยพี เอช พี ที ดังนั้นจึงมีความจำเป็นในการปรับใช้ให้เหมาะสมและคงไว้ซึ่งอัตราต่ำสุดของการถ่ายทอดเชื้อเอช ไอ วีจากมารดาสู่ทารกเท่าที่จะเป็นไปได้ในขณะที่มีการแก้ไขความเสี่ยงของการดำเนินไปสู่การกลายพันธุ์ของการดื้อต่อยาต้านไวรัสในมารดาทั้งนี้เพื่อคงไว้ซึ่งทางเลือกของการรักษาในอนาคตภายใต้ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย

ในขณะที่จำนวนของผู้ที่กำลังรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสซึ่งจะยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวทางของการให้การรักษาของประเทศจำเป็นต้องพิจารณาถึงผลการวิจัยล่าสุดว่าวิธีการใดเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการให้การรักษาแก่ผู้ป่วยเหล่านี้ภายในพื้นที่ซึ่งมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร

ทางโครงการได้ถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ต่างๆที่ได้รับผ่านการศึกษาวิจัยต่างๆและการให้การฝึกอบรมของโครงการ วิจัยพี เอช พี ที เกี่ยวกับกลวิธีต่างๆด้านการป้องกันและการให้การรักษาทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่นๆที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโรคเอดส์รวมทั้งประสบการณ์ของประเทศไทย – โครงการวิจัยพี เอช พี ที ได้จัดการอบรมให้แก่แพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการและพยาบาลผ่านโครงการให้การฝึกอบรม ฟรังโก-ไทย-ลาว โครงการเอสแตร์ และโครงการให้การฝึกอบรมด้านเอช ไอ วีในประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงโดยความร่วมมือกับคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.




ฐานการวิจัย โครงการวิจัย พี เอช พี ที

การวิจัยทางคลินิก

พยาธิกำเนิด

การวิจัยด้านสังคมศาสตร์

คณะกรรมการที่ปรึกษาชุมชน

การฝึกอบรม