การวินิจฉัยการติดเชื้อเอช ไอ วีในทารกโดยเร็ว

หากไม่มีการรักษาด้วยยาต้านไวรัส เด็กที่ติดเชื้อเอช ไอ วีในประเทศที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรร้อยละ 40 จะเสียชีวิตในช่วงขวบปีแรก และเพิ่มเป็นร้อยละ 50 ในทารกที่มีอายุ 2 ปี พบว่ามีอัตราการตายในทารกแรกคลอดลดลงร้อยละ 76 หากทารกได้เริ่มการรักษาด้วยยาต้านไวรัสในช่วง 12 สัปดาห์แรก ก่อนที่ทารกจะแสดงอาการทางคลินิกหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาเทคนิคการวินิจฉัยการติดเชื้อเอช ไอ วีในทารกโดยเร็ว เทคนิคนี้เรียกว่า DNA PCR ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไวมากและสามารถตรวจพบเชื้อไวรัสจากปริมาณเลือดที่เก็บมาเพียงจำนวนเล็กน้อยมาก ซึ่งเป็นหยดเลือดแห้งบนกระดาษกรอง โดยใช้เทคนิค in- house และมีต้นทุนต่ำ ในปัจจุบันเทคนิคนี้สามารถตรวจเพื่อให้ทราบว่าทารกติดเชื้อหรือไม่เมื่อทารกมีอายุเพียง 2 เดือน
ด้วยการสนับสนุนจากองค์กรพัฒนาเอกชน Sidaction ออกซ์แฟมแห่งสหราชอาณาจักร และโครงการกองทุนโลก ได้มีการก่อตั้งโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีขึ้นระหว่างโครงการพีเอชพีทีและภาควิชาจุลชีววิทยา คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การให้บริการการตรวจวินิจฉัยโดยเร็วได้ตรวจนำร่องในโรงพยาบาลรัฐ 35 แห่งที่เป็นโรงพยาบาลเครือข่ายของพีเอชพีทีทั่วประเทศไทย ได้เก็บตัวอย่างเลือดของเด็กในกระดาษกรองเฉพาะและแห้ง และจัดส่งทางไปรษณีย์ไปยังห้องปฏิบัติการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งทราบผลการตรวจได้ภายใน 1 เดือน ทารกทุกรายจะได้รับการตรวจจำนวน 2 ครั้งเพื่อยืนยันผล
ด้วยการตรวจวินิจฉัยนี้ ครอบครัวของทารกที่มีผลยืนยันการตรวจการติดเชื้อเอช ไอ วีเป็นลบมั่นใจได้ว่าไม่จำเป็นต้องให้การดูแลทารกเป็นพิเศษ การตรวจวินิจฉัยโดยเร็วนี้ช่วยให้ทารกที่ติดเชื้อเอช ไอ วีมีโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น เนื่องจากแพทย์สามารถเริ่มให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสแก่ทารกได้ทันทีเมื่อจำเป็น ปัจจุบันการให้บริการการวินิจฉัยการติดเชื้อเอช ไอ วีในทารกที่คลอดจากมารดาติดเชื้อเอช ไอ วีโดยเร็วนั้นเป็นการบริการที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการตามมาตรฐานการดูแลของประเทศไทย โดยการสนับสนุนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
การดำเนินการวิจัยเพื่อประเมินการตรวจวิเคราะห์โดยใช้เทคนิคที่มีต้นทุนต่ำ in-house real-time polymerase chain reaction (PCR) เพื่อตรวจหา DNA การติดเชื้อเอช ไอ วี-1 ในทารกจากหยดเลือดแห้ง (DBS) ซึ่งพบว่าการวิเคราะห์โดยรวมการใช้ DBS และเทคนิค real-time PCR น่าเชื่อถือได้และเป็นเครื่องมือที่ซื้อหาได้เพื่อขยายการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอช ไอ วีโดยเร็วในพื้นที่ห่างไกลและมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร สามารถให้การรักษาแก่ทารกที่ติดเชื้อเอช ไอ วี-1 ได้ตามเวลาที่เหมาะสม
ฐานการวิจัย โครงการวิจัย พี เอช พี ที
- ความเป็นมา
- โครงสร้างองค์กร
- ผู้ให้ความร่วมมือและผู้ให้ทุนสนับสนุน
- ตรวจการติดเชื้อเอช ไอ วีทางด้านไวรัสวิทยาและเภสัชวิทยา
- ตำแหน่งงาน / ฝึกงาน
- ผลการวิจัยที่ได้รับเลือกให้ตีพิมพ์
- ติดต่อเรา
การวิจัยทางคลินิก
- โครงการวิจัยพีเอชพีที 1
- โครงการวิจัยพีเอชพีที 2
- โครงการวิจัยพีเอชพีที 3
- โครงการวิจัยพีเอชพีที 4
- โครงการวิจัยพีเอชพีที 5
- โครงการวิจัยอิมแพ็ค พี1032
- โครงการวิจัยติดตามสังเกตการณ์
- โครงการวิจัยด้านเภสัชจลนศาสตร์
พยาธิกำเนิด
- ปัญหาของการใช้ยาเนวิราพีนเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอช ไอ วีจากมารดาสู่ทารก
- การวินิจฉัยการติดเชื้อเอช ไอ วีในทารกโดยเร็ว
- ความทนต่อการรับประทานยาไซโดวูดีนเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอช ไอ วีจากมารดาสู่ทารก
- ช่วงเวลาและปัจจัยเสี่ยงของการถ่ายทอดเชื้อเอช ไอ วีจากมารดาสู่ทารก
- วิธีการที่ง่ายขึ้นในการตรวจวัดระดับยาต้านไวรัส
- เภสัชพันธุศาสตร์ของยาต้านไวรัส

EN
TH